ที่มาของยาคูลย์
posted on 14 Apr 2009 02:56 by inmymailboxมามะวันนี้เรามาดูความเป็นมาของยาคูลย์กันดีก่า....

หากว่ามองไม่เห็นกรุณาทิ้งอีเมลล์ไว้นะครับ ผมจะส่งให้เป็นอีเมลล์คับผม
ว่าแล้วมาขยายความกันดีก่า..
เริ่มด้วย
1. ผู้คิดค้นยาคูลย์คือ มร.มิโนรุ ชิโนตะ ครอบครัวชิโรตะ แต่เดิมทำธุรกิจขายส่งกระดาษและเลี้ยงตัวไหม
มีฐานะค่อนข้างดี แต่คนในหมู่บ้าน อินาดานิ นั้นลำบากมาก เด็กหลายคนตายเพราะโรคบิด ทำให้ มิโนรุ
อยากเป็นหมอ จะได้หายามารักษาได้ จึงเป็นแรงบันดารใจให้เขาตั้งแต่เด็ก
2. และในปี ค.ศ. 1921 ชิโรตะได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย โตเกียว (ไม่ใช่ขนมโตเกียวนะ) เทโกกุดั่งที่หวัง
และทำวิจัยอย่างจริงจังเกี่ยวกับ จุลินทรีย์ (ก็มิช่าย รมต.บ้านเรานะ) ที่ทำร้ายร่างกายเราเช่น เชื้อบิด
เชื่อรากสาดน้อย แต่มีจุลินทรีย์อีกแบบหนึ่งเรียกว่า แลคโตบาซิลัส ซึ่งช่วยทำล้างของเสียในร่างกาย และ
ทำให้มีอายุยืนยาวขึ้น แต่แลคโตบาซิลัส ไม่สามารถมีอายุนานได้ โดยจะถูกทำลายโดยเชื้อในกระเพาะของเรา
ชิโรตะจึงคิดวิธีที่จะยืดอายุของ แลคโตบาซิลัสให้มีอายุนานขึ้น
3. ในปี 1930 (โหคิดอยู่ตั้ง9 ปีแนะ) ชิโรตะก็คิดได้สำเร็จ โดยชิโรตะคิดค้นวิธีเพาะเชื้อ แลคโตบาซิลัสสำเร็จ
แต่ก็ประสบปัญหาว่าจะทำอย่างไรให้คนหันมากิน แลคโตบาซิลัสกัน ก็เลยคิดว่าหากนำมาผสมใน
โยเกิร์ต (เกิด ๆ ๆ) อ่อน น่าจะทำให้คนดื่มกินง่ายขึ้น จากนั้นก็นำมาบรรจุขวด แล้วก็ตั้งชื่อว่า ยาคูลย์
(เป็นภาษา แอสเปอเรนโต แปลว่า อายุยืนยาว)
4. ปี ค.ศ. 1935 มีคนสนับสนุนเงินด้านการวิจัย และพัฒนา (Reserch and Development ขอหน่อยนึง)
ชิโรตะจึงผลิตและจำหน่าย ยาคูลย์อย่างจริงจัง แต่วิธีการจำหน่ายที่ถูกต้องคือ แลคโตบาซิลัสจะต้องสด
จนถึงมือลูกค้า ระบบสาวยาคูลย์จึงเกิดขึ้น เพราะมั่นใจว่าถึงมือลูกค้าโดยตรง และชิโรตะเชื่อว่า สาวยาคูลย์
จะสามารถอธิบายให้สาวแม่บ้าน ซึ่งเป็นคนตัดสินใจซื้อได้ง่าย ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นยุคปฏิวัติในญีี่ปุ่น
เพราะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงก้าวสู่สังคมมากขึ้น
5. ส่วนเรื่องการตั้งราคานั้น ชิโรตะมองว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่สงครามโลกครั้งที่สอง (2nd WW) จบลง
ผู้คนต้องลำบาก จึงอยากช่วยคนลำบากให้มีอายุยืดขึ้น จึงตั้งราคาให้เท่ากับบุหรี่ 1 มวนเพื่อให้พวกผู้ชาย
ที่ชอบสูบบุหรี่นั้นหันมาดื่ม ยาคูลย์มากขึ้น หรือไปรษณีย์ใบหนึ่ง ซึ่งช่วยให้คนมาดื่มกันมากขึ้นส่วนเรื่องปริมาณ
นั้น ชิโรตะมองแล้วว่า ขนาด 65 มล. นั้นเป็นปริมาณที่พอเหมาะซึ่งสามารถบรรจุ แลคโตบาซิลัสได้ถึง
15,000 ล้านตัว ซึ่งเพียงพอ และ ปลอดภัยต่อร่างกายมนุษย์ ส่วนเรื่องขวดที่ออกแบบมาแบบนั้นเพราะว่า
อยากให้สะดวกในการถือ และค่อย ๆ ชิมรส เพื่อไม่ให้ดื่่มหมดภายในคราวเดียว
และนี่คือประวัติความเป็นมาของ ยาคูลย์ครับ
ต้องขอขอบคุณ คุณ ชิโรตะจริง ๆ ขอบคุณมากครับ
www.ideapixel.co.th
info@ideapixel.co.th
edit @ 14 Apr 2009 03:41:39 by tudut










